ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไรมีแต่เรื่องร้ายๆเข้ามาตลอด อย่างเรื่องล่าสุดที่เจอ คือช่วงที่ผ่านมาป่วยมากกกกกก เป็นทอมซิลอักเสบ เรื้อรังด้วย เลยไปหาหมอที่โรงพยาบาลสมิติเวช ขณะที่กำลังจะจ่ายค่ายา ด้วยความที่กดเงินมาไม่พอ เลยหยิบบัตรเครดิตใบที่ไม่ค่อยได้ใช้มารูดค่ายา แต่ว่าหาไม่เจอ เลยใช้ใบอื่นแทน หลังจากนั้นเลยโทรไปที่ธนาคารเจ้าของบัตร เพื่ออายัดบัตร ทางเจ้าหน้าที่ถามว่าใช้ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ เราก็บอกว่าใช้ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ mk.suki ที่คาร์ฟูร์ รัชดา 700กว่าบาท ซึ่งเราก็คิดว่าก็คงไม่มีอะไร ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่แจ้งกลับมาว่ามียอดค่าใช้จ่ายของวันที่ 15 ส.ค. ประมาณ 10,000 บาท เป็นการใช้บัตรที่ Siam Center/Siam Paragon ดังนี้ Shop levi’s 2,450/ Shop Zara 3,230/ Lyn 987/ Workshop Siam 1,990/Tokyu Supermaket 1,331 ทั้งหมด 5 รายการ 9,988 บาท เราตกใจมากกกกกกกก ตัวเย็นเลย หลังจากรู้เรื่องทั้งหมด สิ่งที่เจ้าหน้าที่แนะนำคือให้เรา fax.คำร้องของปฏิเสธรายการเนื่องจากบัตรหาย (แต่กว่าเราจะรู้ตัวก็วันที่ 23 ส.ค. แล้ว) หลังจากนั้นเราก็ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ แล้ว fax.เอกสารทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ของแบงค์ ระหว่างนั้นเราก็ไปปรึกษาคนรู้จัก/ทนายความ/หรือแม้แต่คนที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งเราเซ็งมาก ที่ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับเราด้วยว่ะ
วันต่อมาเราก็โทรไปที่แบงค์อีกเพื่อถามความคืบหน้า และยังถามย้ำอีกว่ามียอดแค่นี้ใช่ไหมค่ะ ทางแบงค์ก็ยืนยันว่ามีแค่ 5 รายการ โดยระหว่างนี้ให้เรารอฝ่ายตรวจสอบจะติดต่อกลับไป หลังจากนั้น 1 อาทิตย์ คือวันศุกร์ ที่ 31 ส.ค. ทางฝ่ายตรวจสอบก็โทรมาถามเหตุการณ์ต่างๆ และเขาก็พูดว่ามีทั้งหมด 9 รายการ เราก็งง เพราะตอนแรกบอกว่า 5 รายการ แต่ดันมีเพิ่มอีก 4 รายการ ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 15 ส.ค. ที่ Siam Paragon อีก 20,000 บาท รวมทั้งหมดเกือบ 30,000 บาท เต็มวงเงินบัตรเราพอดี เราตกใจมากกว่าเดิมอีก (อะไรว่ะอยู่ดีๆก็มีรายการเพิ่ม) ทางฝ่ายตรวจสอบก็แจ้งว่าเจ้าหน้าที่ที่รับสายอาจจะเป็นเด็กใหม่ (เหรอ) อาจเป็นเพราะร้านค้าเพิ่งส่งยอดมา (เหรอ) เราก็งง งง บวกกับเซ็ง เราเลยถามว่าเราทำยังไงได้บ้าง ขอตรวจลายเซ็นต์ เช็คกล้องวงจรปิด ฯลฯ ทางฝ่ายตรวจสอบก็ตอบแบบสรุปจบทุกอย่าง เช่น ถ้าตรวจลายเซ็นต์ ทางร้านค้าก็ต้องบอกว่าตรงกับหลังบัตรอยู่ดี / เช็คกล้องวงจรปิดไปคุณก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นคนไหน (อ้าวตกลงอยู่ข้างใครว่ะเนี่ย) เราเลยบอกว่าคุณช่วยดูแลลูกค้ายังฉันบ้างเถอะ คุณไม่เจอก็คงไม่เข้าใจความรู้สึกหรอก!!! ทางฝ่ายตรวจสอบก็อึ้งๆไป เขาก็พูดดีๆแหละ แต่ความหมายคือเราก็ต้องจ่ายอยู่ดี เพราะเราอายัติบัตรหลังจากที่มีการใช้บัตรแล้ว แต่ถ้ามีการใช้บัตรหลังจากอายัติบัตรแล้ว ทางแบงค์จะรับผิดชอบเอง (บ้าหรือเปล่า ถ้าอายัติบัตรแล้ว บัตรจะรูดได้ไง) เราเลยขอเช็คสริปต์ทั้งหมดก่อน จะจ่ายทั้งทีขอให้เห็นจะจะกันไปเลย…. เหตุการณ์ยังไม่จบมีเรื่องให้ลุ้นอีก โปรดตามอ่านตอนหน้า