nui… i’m a panda girl

Just another WordPress.com weblog

หัวใจหมดแรง June 26, 2008

Filed under: Uncategorized — nuipanda @ 3:38 am

เคยงานยุ่งและสนใจแต่งานที่ทำ จนลืมนึกถึงเรื่องชีวิต(รัก)ส่วนตัวไหม

กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ถึงขั้นโคม่าแล้ว แทบจะยืนไม่อยู่

จริงๆแล้วตอนนี้ ไม่อยากทำอะไรเลย อยากร้องไห้ที่สุด แต่ทำตอนนี้ไม่ได้

เพราะรู้ตัวเองดีว่า ถ้าเริ่มร้องไห้เมื่อไหร่คงร่วงแน่ๆ  สิ่งที่ทำได้คือประคองความรู้สึกตัวเองไว้ให้ได้มากที่สุด

จนบางครั้งทำให้ไม่อยากยิ้ม ไม่อยากพูดกับใคร มันจุกข้างในแบบบอกไม่ถูก จนคนเข้าใจผิดคิดว่าโกรธอะไร

..เปล่าเลย…

แต่ตอนนี้คงต้องอดทนไว้ก่อน เพราะกำลังขึ้นงานหลายอัลบั้ม

ไว้งานแถลงข่าวเสร็จคงถึงเวลาที่ต้องพัก…สักที… (ขอเวลาส่วนตัวบ้าง)

 

 

 

อำลาตำแหน่ง June 5, 2008

Filed under: Uncategorized — nuipanda @ 7:19 am

วันที่ 31 พ.ค. 51 เป็นวันสุดท้ายของการทำหน้าที่ในตำแหน่ง secretary… 7 ปี 8 เดือน 15 วัน สำหรับประสบการณ์ดีๆที่ผ่านมา  ฉันเริ่มต้นงานในตำแหน่งนี้ จากเจ้านายที่ให้โอกาสเด็กฝึกงานคนหนึ่ง ได้มารับหน้าที่เลขาฝ่ายผลิตควบคู่กับเลขาผู้อำนวยการฝ่ายผลิต ของ click radio  โดยฉันมั่นใจว่าที่ได้งานนี้ ไม่ได้มาจากความสวยแน่ๆ มารู้ทีหลังว่ามาจากความอึด 555

ฉันได้มีโอกาสเปิดโลกทรรศน์ทางความคิด เปิดใจรับเพลงรูปแบบใหม่ๆ  ได้รู้จักคนดนตรีเก่งๆ  ได้ประชุมงานกับฮีโร่หลายๆคน  รู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและรับได้กับทุกสถานการณ์ อีกทั้งยังทำให้ฉันเป็นคนใจเย็น (ทั้งๆที่ทำไม่ค่อยได้)  โดยมีคำพูดประโยคนึง ที่เจ้านายพูดเมื่อ 6 ปีก่อนว่า “นุ้ยเป็นเหมือนหน้าบ้านพี่ เพราะฉะนั้นต้องยิ้มแย้มแจ่มใสนะ ใครพูดจาไม่ดีก็เก็บไว้ในใจ แล้วพอเขาไปค่อยด่ามันทีหลัง”  555

ช่วงที่ฉันเรียนมหา’ลัย ฉันถือว่าเป็นนักกิจกรรมตัวยง ฉันถึงดีใจมากเมื่องานที่ได้รับมอบหมาย ไม่ใช่งานเลขาธรรมดา ที่แค่ชงกาแฟ+รับนัดหมายต่างๆ+ดูแลเจ้านาย แต่สิ่งที่เพิ่มประสบการณ์ของฉัน คือ ได้ทำกิจกรรมต่างๆของ fat radio , ทำคอนเสิร์ตพร้อมโปรดักชั่นใหม่ๆ, ได้รับโจทย์แปลกๆจากเจ้านาย สิ่งเหล่านี้ล้วนฝึกฝนตัวฉันและเป็นสิ่งที่ฉันทำแล้วมีความสุขมาก : )

โดยคอนเสิร์ตแรกที่ได้ทำ คือ BAKERY THE CONCERT ด้วยตำแหน่ง ASSISTANCE EXECUTIVE DIRECTOR  เป็นชื่อตำแหน่งที่โก้มาก แต่หน้าที่คือเดินตามเจ้านาย ทำทุกอย่างที่เจ้านายสั่ง ตั้งแต่ซื้อกาแฟ+ประชุมสคริปต์+ซื้อโคมไฟส่องสคริปต์+จด timecode(จดทำไม) เป็นต้น ฉันตื่นเต้นมากตอนที่ทีมงานพูดว่าทุกอย่างพร้อมนะ เริ่มครับ แล้วทุกคนในฮออล์ก็กรี๊ดดดดดดด  เป็นครั้งแรกที่ฉันได้อยู่ตรงคอนโทรล และได้เป็นส่วนหนึงของทีมงาน ฉันมีความสุขมาก

ฉันทำงานอยู่ที่ click radio เกือบ 4 ปี ก็ลาออกตามเจ้านายมาอยู่ที่ โพลีพลัส  มีโอกาสมาทำหนังสือหัวใหม่ 1 เล่ม เป็นช่วงของการฟอร์มทีมและทำฉบับทดลอง ตอนนั้นทำให้ฉันอินกับการทำหนังสือมาก ฉันทำการบ้านโดยการหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำหนังสือ เข้าworkshop และอ่านหนังสืออื่นๆมากขึ้น  แต่ทำอยู่แค่ 6 เดือน ก็ลาออกตามเจ้านายมาอีก แต่คราวนี้ตกงานทั้งเจ้านายและเลขา 1 เดือน แต่เจ้านายก็ยังจ่ายเงินเดือน(ส่วนตัว)ให้ฉันเหมือนเดิม (ซึ้งจัง..)  แต่ก็ไม่ได้อยู่เฉยนะ ได้มาช่วยงานที่โรงหนัง house rca เพราะเป็นช่วงเปิดโรงหนัง house พอดี แล้วก็ได้เริ่มประชุมเพื่อทำหนังสือใหม่ 1 เล่ม นั่นคือ นิตยสาร DDT นั่นเอง เราประชุมงานกันที่โรงหนัง house นั่นแหละ มีทีมงานเพียง 4 คน ประชุมกันไปทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะมีเงินทำหรือเปล่า

แต่พอผ่านไป 1 เดือน เจ้านายกับฉันก็ได้กลับมาทำงานที่ click radio เหมือนเดิม แต่มาดูแลในภาพรวมที่ใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะ fat radio ฉันรู้สึกได้ถึงคำว่า”บ้าน” ฉันมีความสุขมาก และเจ้านายของฉันก็มีความสุขมากเหมือนกัน (ฉันรู้สึกได้) กลับมาครั้งนี้ ทันได้ทำ fat fest 4 ที่สนามม้านางเลิ้งพอดี  และได้มีโอกาสเริ่มทำนิตยสาร DDT เล่มแรกขึ้นมาจริงๆ ฉันต้องทำงานทั้ง click radio และ DDT  ซึ่งเป็นโชคดีของฉันที่พอจะรู้เรื่องการทำหนังสือมาบ้างจากการที่ไปทำที่โพลีพลัสมา…

ฉันได้มีโอกาสดูแลส่วนหนึ่งของ Fat fest ทั้ง 6 ครั้งที่ผ่านมา คือดูแลและจัดการเรื่องบูธทั้งหมด โดยปีแรกแค่ทำตาม plan ที่ทีมงานวางไว้ แต่ปีหลังๆมา เจ้านายก็มอบหมายให้ฉันเป็นผู้เริ่มงานตั้งแต่ประชุมบูธ วางกฏกติกา วางผังต่างๆ ประสานงานกับค่ายเพลง ค่ายหนังต่างๆ มันทำให้ฉันมี connection กว้างขึ้น.. จนจบ fat fest 6 ฉันก็ลาออกตามเจ้านายมาอยู่ที่สนามหลวง ก็มาเป็นเลขาเหมือนเดิม และได้มีโอกาสทำอัลบั้มด้วย  เริ่มจากเป็น production-co อัลบั้ม bossa bossom IIแล้วก็ทำโปรเจคสนามหลวง connects ที่หินมาก ไม่ธรรมดาเลย หลายครั้งที่ทำให้ท้อและขอลาออกอยู่หลายครั้ง  ส่วนหนึ่งมากจากที่ฉันยังปรับตัวกับเพื่อนใหม่ บริษัทใหม่ ไม่ค่อยได้ และที่สำคัญความน้อยใจในตัวเจ้านายของฉันเอง แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจและโอเคแล้ว : )

และได้ดูแลอัลบั้มเต็มตัวคือ P2WARSHIP / THE MUST / SUPERSUB …

แต่ไม่รู้เพราะงานที่เพิ่มขึ้น จนไม่มีเวลาดูแลเจ้านายหรือเปล่า เจ้านายเลยมาถามว่า นุ้ยโอเคมั้ย ถ้าจะให้น้องคนนึงมาทำเลขาแทน ฉันก็บอกโอเค เพราะมันคงถึงเวลาที่ฉันจะเติบโตไปทำอย่างอื่น โดยฉันได้ปรับตำแหน่งเป็น Project Manager ชื่อดูดีนะ แต่จริงๆก็ทำทุกอย่างนั่นแหละ555  (ตำแหน่งที่เพิ่มขึ้น มักมาพร้อมกับปัญหาและความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น)

แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันเหมือนกับส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมันขาดหายไป  ฉันไม่ต้องเปิดมือถือตลอด 24 ช.ม. ไม่ต้องชงกาแฟ+ซื้อข้าว ไม่ต้องจำคิวต่างๆ ไม่ต้องไปธนาคาร ไม่ต้องจัดการทุกสิ่งให้เจ้านาย…. : (

แต่เจ้านายคงไม่รู้สึกอะไรหรอก เพราะฉันไม่ได้ลาออกไปไหน ก็ยังอยู่ในออฟฟิคนี่แหละ

แต่ฉันนี่สิ รู้สึกแปลกๆและใจหายยังไงมั๊ยรู้  แต่ไม่ได้เสียใจนะ แค่อยู่ในช่วงปรับความรู้สึกบางอย่าง…(ฉันคิดว่าเลขาทุกคนบนโลก คงเข้าความรู้สึกนี้ ขอน้ำเน่านิดนึง)

ขอบคุณเจ้านายและครอบครัวของเจ้านาย สำหรับโอกาส, ความช่วยเหลือ และความรู้สึกดีๆ ที่มอบให้ เหมือนฉันเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัว อบอุ่นจริงๆค่ะ

สุดท้ายนี้…ระหว่างทางที่ทำงานมา มีหลายคนมาชวนฉันไปทำงานเป็นเลขาเขา ให้เงินเดือนสูงกว่า และโน่นนี่มากมาย แต่ฉันไม่ไปหรอก   เพราะชีวิตนี้ฉันคงไม่เป็นเลขาให้ใครอีกแล้ว และที่สำคัญกลัวไม่ดีเหมือนเจ้านายของฉัน…ยุทธนา บุญอ้อม…